28 ตุลาคม 2560

พระเมรุมาศ ในหลวงรัชกาลที่ ๙ กับ ๙ เรื่องราวที่คนไทยควรรู้

พระเมรุมาศของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งก่อสร้างขึ้นเพื่อใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง นั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยเรื่องราวทรงคุณค่าที่คนไทยควรได้รับรู้ เราจึงขอพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับเรื่องราวเหล่านั้น พร้อมๆ กันค่ะ

๑. คติความเชื่อ:
เหตุผลที่สร้างพระเมรุมาศให้ยิ่งใหญ่ งดงามราวกับวิมานบนสวรรค์ ไม่เพียงเพื่อให้สมพระเกียรติพระมหากษัตริย์เท่านั้น แต่ยังเป็นไปตามความเชื่อของพราหมณ์ที่ว่า พระมหากษัตริย์ทรงเป็น "สมมติเทพ" จุติลงมาจากสวรรค์เพื่อปกครองมนุษย์ ประกอบคุณงามความดี และสะสมพระบารมี เมื่อพระองค์สวรรคตก็จะเสด็จกลับสู่สรวงสวรรค์ โดยพระเมรุมาศเปรียบเสมือนเขาพระสุเมรุอันเป็นแกนกลางของจักรวาล และอาคารประกอบพระเมรุมาศที่อยู่บริเวณโดยรอบก็เปรียบเสมือนสิ่งต่างๆ ที่รายล้อมจักรวาล ได้แก่ ทะเลสีทันดร ๗ ชั้น ภูเขาสัตตบริภัณฑ์ ๗ ลูก ป่าหิมพานต์ สระอโนดาต ทวีปทั้ง ๔ และมหาสมุทรทั้ง ๔

๒. ความหมายของผังที่ตั้ง:
จุดที่ก่อสร้างพระเมรุมาศเชื่อมโยงกับศาสนสถานและโบราณสถานสำคัญที่อยู่รายรอบมณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยบุษบกองค์ประธานของพระเมรุมาศ อยู่ในแนวเหนือใต้ตรงกับพระศรีรัตนเจดีย์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อมองจากทางเข้าด้านทิศเหนือไปที่พระเมรุมาศ ก็จะเห็นยอดพระศรีรัตนเจดีย์ซ้อนอยู่ในบุษบกองค์ประธาน

๓. ครั้งแรกของการสร้างพระเมรุมาศทรงบุษบก ๙ ยอด:
พระเมรุมาศมีความสูง ๕๐.๔๙ เมตร ฐานกว้าง ๖๐ เมตร ยาว ๖๐ เมตร ประกอบด้วยอาคารทรงบุษบกจำนวน ๙ องค์ เพื่อสื่อถึงในหลวงรัชกาลที่ ๙ โดยการจัดวางบุษบกทั้ง ๙ ได้รับแนวคิดมาจากพระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นพระมหาธาตุประจำรัชกาลที่ ๙

๔. อาคารประกอบพระเมรุมาศ:
ก่อสร้างขึ้นอย่างสง่างามตามโบราณราชประเพณี ประกอบไปด้วย
- พระที่นั่งทรงธรรม: พระที่นั่งสำหรับสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ประทับทรงธรรมในพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุพระบรมศพ และเป็นที่สำหรับคณะองคมนตรี คณะรัฐมนตรี ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ทั้งฝ่ายทหาร พลเรือน สมาชิกรัฐสภา ตลอดจนคณะทูตานุทูตเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท
- ศาลาลูกขุน: ที่สำหรับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เฝ้าฯ รับเสด็จและร่วมพระราชพิธี
- ทับเกษตร: ที่พักสำหรับข้าราชการที่มาเฝ้าฯ รับเสด็จและร่วมพระราชพิธี
- ทิม: ที่พักของพระสงฆ์ แพทย์หลวง เจ้าพนักงาน และเป็นที่ประโคมปี่พาทย์
- ราชวัตร: แนวรั้วกำหนดขอบเขตปริมณฑลของพระเมรุมาศทั้ง ๔ ด้าน
- พลับพลายก: โถงสำหรับพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ทรงรอรับส่งพระบรมศพขึ้นราชรถ

๕. ภูมิทัศน์รอบบริเวณพระเมรุมาศ:
นับเป็นครั้งแรกของการจัดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพของกรุงรัตนโกสินทร์ ที่มีการจำลองสระอโนดาตมาไว้ที่ท้องสนามหลวง ประกอบด้วยสระน้ำสีมรกตสูง ๒๐ เซนติเมตร บริเวณทั้ง ๔ มุมของพระเมรุมาศ และมีสัตว์หิมพานต์นานาชนิดอยู่ภายในสระ
นอกจากนี้ ได้มีการจำลองแปลงนาข้าวเลข ๙ ขนาดใหญ่ สื่อถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช ซึ่งทรงสร้างแปลงนาสาธิตและโครงการทดลองส่วนพระองค์ด้านการเกษตรมากมายภายในบริเวณพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับพสกนิกรไทย ทั้งยังมีการจำลองกันหันน้ำชัยพัฒนาและเครื่องดันน้ำ สิ่งประดิษฐ์ตามแนวพระราชดำริ ไว้บริเวณใกล้เคียงกัน

๖. งานประติมากรรมประดับพระเมรุมาศ:

รอบๆ พระเมรุมาศ ประกอบด้วยประติมากรรม รวมกว่า ๘๐๐ ชิ้น ทั้งรูปพระโพธิสัตว์ เทพ เทวดา สัตว์หิมพานต์ต่างๆ เพื่อสื่อถึงดินแดนแห่งสรวงสวรรค์ที่รายรอบเขาพระสุเมรุ ทั้งยังมีประติมากรรมคุณทองแดงและคุณโจโฉ สุนัขทรงเลี้ยง ประดับบริเวณด้านข้างพระจิตกาธานด้วย

๗. งานจิตรกรรมโครงการพระราชดำริ:
ตอนล่างของฉากบังเพลิง (เครื่องกั้นทางขึ้นลงพระเมรุมาศ) เป็นภาพเขียนของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทั้ง ๔ หมวดได้แก่ หมวดน้ำ หมวดไฟ หมวดดิน และหมวดลม รวม ๑๖ โครงการ และภายในพระที่นั่งทรงธรรม ก็ยังมีภาพเขียนของโครงการพระราชดำริในทั่วทุกภาคของประเทศไทย

๘. ผู้ออกแบบพระเมรุมาศ:
หน่วยงานหลักที่รับผิดชอบการก่อสร้างพระเมรุมาศของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้แก่ กรมศิลปากร ในส่วนของพระเมรุมาศอันเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดนั้น ออกแบบโดย คุณก่อเกียรติ ทองผุด ร่วมกับทีมงาน โดยได้รับแนวคิดมาจากมาจากพระเมรุมาศทรงบุษบก ๕ ยอด ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕

๙. การเข้าชมพระเมรุมาศ:

หลังเสร็จสิ้นงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ นิทรรศการพระเมรุมาศจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชม เพื่อสัมผัสความประณีตอลังการของงานศิลปะไทย และเพื่อร่วมน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระผู้เป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จเป็นองค์ประธานเปิดนิทรรศการพระเมรุมาศ ในวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ เวลา ๐๗.๐๐ น.
พี่น้องคนไทยที่สนใจ สามารถเข้าชมพระเมรุมาศได้ระหว่างวันที่ ๒-๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ ตั้งแต่เวลา ๐๗.๐๐ - ๒๒.๐๐ น. รอบละ ๕,๐๐๐ คน / ๑ ชั่วโมง แบ่งเป็นบริเวณด้านหน้าพระเมรุมาศ ส่วนของโครงการพระราชดำริ ๑๕ นาที และส่วนนิทรรศการ ๖ อาคาร ๔๕ นาที


เรียบเรียงข้อมูลจาก https://mgronline.com/travel/detail/9600000106686